วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สิทธิพื้นฐานของผู้บริโภค


สิทธิพื้นฐานของผู้บริโภค

จัดทำโดย
1.นายชุติพนธ์   ซอสุขไพบูลย์     เลขทึ่ 10   ม.5/9
2.นายภวัส         ภาสวรรณกุล      เลขทึ่ 14   ม.5/9
3.นายศุภวิชญ์   สามชูศรี             เลขทึ่ 20    ม.5/9
4.นายสรธัญ      เกษมสุขมงคล   เลขทึ่ 21    ม.5/9
5.นายสรวิศ       ง้าวหิรัญพัฒน์    เลขทึ่ 22    ม.5/9
6.นายอภิโชค    วีระสมบัติ           เลขทึ่ 23    ม.5/9

สิทธิ์ของผู้บริโภคในระดับสากล 

           ในปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคได้มีการตื่นตัวและเปลี่ยนแปลงในเรื่องการรักษาสิทธิ์ แต่ส่วนมาก
ก็ยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ์ต่างๆ ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แต่ไม่ทราบถึงวิธีการเลือกซื้อ
สินค้าและบริการที่ถูกต้ององค์กรสหพันธ์ผู้บริโภค ( International Organization of Consumer Union ) ได้
กำหนดสิทธิ์ผู้บริโภคไว้   8 ประการ   คือ...
1.   สิทธิ์ที่จะได้รับความปลอดภัย
2.   สิทธิ์ที่จะได้รับข้อมูลข่าวสาร
3.   สิทธิ์ที่จะได้รับเครื่องอุปโภคบริโภคในราคายุติธรรม
4.   สิทธิ์ที่จะเรียกร้องความเป็นธรรม
5.   สิทธิ์ที่จะได้รับค่าชดใช้ความเสียหาย
6.   สิทธิ์ที่จะได้รับบริโภคศึกษา
7.   สิทธิ์ที่จะได้รับความจำเป็นขั้นพื้นฐาน
8.   สิทธิ์ที่จะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด

สิทธิ์ทั้ง  8  ประการนี้ถือเป็นบรรทัดฐานให้แก่ประเทศต่างๆ เพื่อนไปเป็นแนวทางในการดูแลมิให้ผู้บริโภคในประเทศถูกเอารัดเอาเปรียบ  จากการดำเนินชีวิตภายใต้ระบบการค้าเสรีตามแนวทางทุนนิยม ระบบการค้าเสรี  คือ รูปแบบการค้าประเภทหนึ่ง ที่ปล่อยให้การซื้อขายสินค้าหรือบริการทำการซื้อขายกันในตลาดได้อย่างอิสระโดยอยู่ภายใต้กรอบและกฎเกณฑ์ของกฎหมาย ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภคในหลาย ๆ ด้าน  เช่น การแข่งขันในด้านการผลิตสินค้า การพัฒนาคุณภาพและรูปแบบของสินค้า การหาช่องทางการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบใหม่ รวมทั้งพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค สภาพการตลาดการค้าเสรีในปัจจุบัน เน้นอิสรภาพในการซื้อขายเป็นหลัก ทำให้มีกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ๆ จากผู้ประกอบการเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งในบางครั้งผู้บริโภคตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบจากการประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการกักตุนสินค้าจนทำให้สินค้าขาดแคลนและมีราคาแพง ดังนั้นผู้บริโภคอย่างเราจึงต้องปกป้องสิทธิ์ตามที่กฎหมายคุ้มครอง และในเมื่อเรามีสิทธิ์เราต้องใช้สิทธิ์ปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง หากละเลยและไม่ใช้สิทธิ์อันชอบธรรมนั้น ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอาเปรียบเราต่อไป


สิทธิผู้บริโภคไทย 5 ประการ


             กระแสความคิดในการคุ้มครองผู้บริโภคมิได้เกิดขึ้นเฉพาะในระดับนานาชาติเท่านั้น ประเทศไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภค  และได้มีการออกกฎหมายที่กล่าวถึงสิทธิ์ผู้บริโภคในภาพรวม ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในปี พ.ศ. 2541 กำหนดให้ผู้บริโภคไทยได้รับสิทธิ์   5 ประการ  คือ....
    1.   สิทธิ์ที่จะได้รับข่าวสาร รวมทั้งคำพรรณาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ 
                2.   สิทธิ์ที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ 
                3.   สิทธิ์ที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ 
                4.   สิทธิ์ที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา 
                5.   สิทธิ์ที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ปัจจุบันมีสินค้าและบริการอยู่ในตลาดสินค้ามากมาย


             ในฐานะที่เราเป็นผู้บริโภค เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่ดีและมีคุณภาพจาก
ผู้ประกอบการ และเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ ผู้บริโภคควรคิดพิจารณาในเรื่องของข่าวสาร
ข้อมูลที่มี มากับตัวสินค้า ไม่หลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง และเลือกดูว่าสินค้าที่จะเลือกใช้นั้นมีความจำเป็น
หรือไม่อย่างไร แล้วรวมกลุ่มกันระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง เพื่อเป็นกลุ่มพลังต่อรองทางการค้า และเป็น
หนทางรักษาซึ่งสิทธิ์ ของผู้บริโภคจากผู้ประกอบการ






แนวทางการเลือกบริโภคอย่างฉลาดและปลอดภัย
1.ก่อนจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์  สินค้า  และบริการสุขภาพ  ผู้บริโภคต้องสามารถแยกความต้องการของตัวเองได้  ว่าเป็นความต้องการแท้  อะไรเป็นความต้องการเทียม  แล้วพิจารณาในการเลือกซื้อให้ดีเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

2.สิ่งที่ควรคำนึงก่อนเลือกซื้อและบริโภคผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทุกชนิด ควรศึกษาฉลากก่อนซื้อทุกครั้ง  อย่างน้อยต้องมีฉลากภาษาไทย  ชื่อของผลิตภัณฑ์และที่ตั้งของผู้ผลิต  หรือ  ผู้แทนจำหน่าย  วันเดือนปีที่ผลิตหรือวันหมดอายุ  สำหรับผลิตภัณฑ์บางชนิดจะมีการแสดงส่วนประกอบหรือตำหรับ  วิธีบริโภค  ข้อควรระวังในการใช้หรือข้อจำเพราะอื่นๆ  ของแต่ผลิตภัณฑ์เพิ่มด้วย  หากเราอ่านฉลากจะมีประโยชน์ช่วยให้เราทราบผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องสามารถหลีกเลียงสารบางชนิดที่ทำให้เกิดการแพ้เกิดปัญหาในการบริโภค  เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติให้ตรงตามความต้องการได้  นอกจากนั้นในกรณีที่เกิดปัญหาหรือข้อบกพร่องจากผลิตภัณฑ์สามารถร้องเรียนให้มีการดำเนินต่อผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายได้ตามชื่อและที่อยู่ที่ปรากฏในฉลากด้วยหลังซื้อสินค้าหรือบริการเราจะต้องเก็บรักษาหลักฐานต่างๆ  เช่น  เอกสารโฆษณา  บิลเงินสด  สำเนาใบเสร็จรับเงิน  สัญญาซื้อขายเพื่อไว้ทำการเรียกร้องสิทธิของตนและควรจดชื่อสถานที่ซื้อสินค้าหรือบริการนั้นไว้เพื่อประกอบการร้องเรียนในกรณีถูกละเมิดสิทธิ

3.ในการซื้อผลิตภัณฑ์  สินค้าหรือบริการสุขภาพจะต้องมีความระเอียดในความพิจารณาถึงประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับจากสินค้าและบริการให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการนั้นๆ  อย่าให้เสียเปรียบผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการ
4.ถ้าพบว่ามีผลิตภัณฑ์  สินค้าหรือบริการสุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบทันที่  เพื่อจะได้ดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค

5.เลือกซื้อผลิตภัณฑ์  สินค้าและบริการที่สุขภาพได้มาตรฐาน  หรือมีการรับรองคุณภาพกล่าว  คือ  มีเครื่องหมาย มอก. หรือมี  อย. เป็นต้น

6.ถ้าได้รับความไม่เป็นธรรม  ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการให้ร้องเรียนได้ที่หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค





การปฏิบัติตนตามสิทธิผู้บริโภค
     ผู้บริโภคควรคำนึงถึงบทบาท  หรือหน้าที่ในการปฏิบัติตนตามสิทธิผู้บริโภคที่พึงกระทำด้วยเช่นกัน  ทั้งนี้ผู้บริโภคจะได้มีส่วนได้รับผิดชอบในการคุ้มครองสิทธิของตนเอง  โดยมีการปฏิบัติดังนี้
1.การรวมกลุ่มหรือการรวมตัวกันเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ  หรือประสบปัญหาจากการบริโภค จึงทำไห้ผู้บริโภครวมตัวกันก่อไห้เกิดพลังของผู้บริโภคขึ้นในการเคลื่อนไหวหรือต่อรอง  ซึ้งพลังของผู้บริโภคนี้จะทำให้ผู้บริโภคตื่นตัวในการใช้สิทธิและการรักษาผลประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับ

2.ศึกษาหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต  วิทยุ  โทรทัศน์  วารสารหรือหนังสืออื่นๆ  เกี่ยวกับสิทธิของผู้บริโภคเพื่อให้มีความรู้และความรอบคอบในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ

3.มีส่วนในการเผยแพร่ความรู้และรับรู้ข้อมูลข่าวสารด้านการคุ้มครองผู้บริโภคสามารถทำได้หลายรู้แบบ  เช่น  การพูดคุย  การชี้แจง  ประชาสัมพันธ์  การใช้เสียงตามสายหอกระจายข่าว  ประชาชนผู้บริโภคหรือเด็กนักเรียน  เยาวชนผู้บริโภคทุกคนมีส่วนร่วมในการเผยแพร่ความรู้ได้ในการจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้  เลือกซื้อสินค้าและบริการอย่าปรอดภัย  เป็นธรรมและประหยัด  เช่น  กิจกรรม  อย.น้อย  เป็นกิจกรรมที่ทำไห้นักเรียนเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงและช่วยเหลือผู้อื่น  เช่น  เพื่อน  ครอบครัว  ชุมชน  ด้วยการไห้ความรู้ทางด้านบริโภคอย่างเหมาะสม

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค
1.สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค  สำนักงานนายกรัฐมนตรี  มีอำนาจหน้าที่รับแของผู้บริโภค  ที่ไห้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากผู้ประกอบการธุรกิจ  สอดส่องพฤติการณ์  และดำเนินคดีต่อผู้ประกอบการธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค  แจ้งหรือโฆษณาข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสิทธิผู้บริโภคไห้ผู้บริโภค

2.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่กำกับดูแลการผลิต  การจำหน่ายและโฆษณาต่างๆ ได้แก่  อาหาร  เครื่องสำอาง  วัตถุอันตราย  ยา  เรื่องมือแพทย์  และวัตถุเสพติดไห้โทษ  ไห้เป็นไปตากฎหมาย

3.กรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุข  โดยกองโภชนาการมีหน้าที่จัดทำเกณฑ์มาตรฐานด้านโภชนาการและไห้คำปรึกษาแนะนำวิชาการด้านโภชนาการ

4.กรมการค้าภายใน  กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ควบคุมสินค้าไห้เป็นไปตามกฎหมายกำหนดและไม่ไห้ผู้บริโภคเสียเปรียบ

5.กรมทะเบียนการค้า  กระทรวงพาณิชย์  มีหน้าที่ควบคุมปริมาณ การชั่ง  ตวง  และวัดสินค้า

6.กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่เกี่ยวกับการทำสัญญาซื้อขายที่ดิน

7.สำนักงานมาตรฐานการผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  กระทรวงอุตสาหกรรม  มีหน้าที่กำหนดและติดตามตรวดสอบมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม

8.กรมวิชาการเกษตร  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  มีหน้าที่ควบคุมวัตถุมีพิษทางการเกษตร

9.คณะอนุกรมการคุมครองผู้บริโภคประจำจังหวัด มีหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์หรือร้องเรียนจากผู้บริโภค